วีซ่าคู่หมั้น วีซ่าแต่งงาน วีซ่า de facto แตกต่างกันยังไง

วีซ่าคู่หมั้น วีซ่าแต่งงาน วีซ่า de facto แตกต่างกันยังไง

มีหลายคนสอบถามกันเข้ามา อยากรู้ความแตกต่างระหว่างวีซ่าคู่หมั้น กับวีซ่าแต่งงาน เดียววันนี้ก็เลยขอเขียนเรื่องนี้สะหน่อย

วีซ่าคู่หมั้น หรือ Prospective Marriage ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นคู่หมั้นที่กะจะแต่งงานกัน ไม่ใช่วีซ่าแต่งงาน

  • วีซ่าคู่หมั้นต้องยื่นจากข้างนอกประเทศออสเตรเลียเท่านั้น จะยื่นมาจากประเทศใหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศไทย
  • วีซ่าคู่หมั้น จะได้มาแค่ 9 เดือนเท่านั้น จุดประสงค์คือให้มาแต่งงานที่ออสเตรเลีย และต้องทำอะไรให้เสร็จภายใน 9 เดือน 
  • วีซ่าคู่หมั้น ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นวีซ่าสำหรับคนที่เค๊าอยากจะแต่งงานกัน และมาแต่งที่ออสเตรเลีย แต่ในระหว่างที่รอเรื่องวีซ่าออก ถ้าทั้งคู่เกิดเปลี่ยนใจไปแต่งงาน วีซ่าคู่หมั้นก็จะไม่ผ่าน เพราะอย่างที่บอกว่า นี่เป็นวีซ่าคู่หมั้นไม่ใช่วีซ่าแต่งงาน ดังนั้นใครที่คิดจะทำวีซ่าคู่หมั้นก็ต้องคิดให้ดีๆ คือไม่ใช่รอๆวีซ่าอยู่แล้วเกิดเปลี่ยนใจ เพราะถ้าเกิดเปลี่ยนใจ ก็ต้องถอนเรื่องวีซ่าตัวเก่า เงินไม่ได้คืน แล้วยื่นวีซ่าแต่งงาน สรุปคือถ้าจะหมั้น ก็ทำวีซ่าคู่หมั้น ถ้าจะแต่งงาน ก็ทำวีซ่าแต่งงาน เลือกเอาสักอย่าง

ข้อดีของวีซ่าคู่หมั้น: (แทบจะไม่มี)

  • ไม่รู้นะ โดยส่วนตัวแล้ว มองหาข้อดีของวีซ่าประเภทนี้แทบไม่ค่อยมีเลย แต่นั่นมันก็เป็นความคิดของเรา แต่ based on professional opinion นะครับ ข้อดีก็อาจจะเป็นวีซ่าสำหรับคนที่ไม่สามารถเดินทางมาแต่งงานกับเราได้ที่เมืองไทย และก็คบกันยังไม่ถึง 12 เดือน ทำเป็น de facto partner ไม่ได้ ก็เลยอยากให้แฟนมาที่ออสเตรเลียก่อนแล้วแต่งงานกันที่ออสเตรเลีย แล้วทำ Partner Visa กันทีหลัง

ข้อเสียของวีซ่าคู่หมั้น: (มีเยอะแยะมากมาย)

  • จะได้วีซ่าแค่ 9 เดือนเท่านั้น จะไม่ได้มากไปกว่านี้
  • ในช่วงที่ยื่นวีซ่าคู่หมั้น เราจะต้องยื่น NOIM; Notice of Intended Marriage คือเป็นเอกสารบอกว่าเราตั้งใจจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ ต่อให้เราลงวันที่ว่าต้องการแต่งงานวันใหนก็เถอะ case officer ก็จะทำงานเป็นเต่าไปตามปกติ เสร็จแล้ววันที่เราเลือกที่จะแต่งงานใน NOIM ก็ผ่านไป และก็ใช้ไม่ได้ ก็ต้องขอ NOIM กันใหม่ ขอเป็นวันที่ใหม่ วุ่นวาย ปวดหัว ต่อให้เราบอก case officer ว่าเออ เราจองวันแต่งงานวันนี้ วั้นนั้นนะใน NOIM คุณ case officer ทั้งหลายก็ไม่ได้สนใจอะไร ทำงานเนิบๆไปตามประสาเค๊านั่นแหละ ไม่ใช่แค่ case officer ที่เมืองไทยนะครับ เพราะเราเองก็ทำวีซ่าคู่หมั้นให้กับชาติอื่นด้วย ถ้าเป็นไปได้จะไม่ทำอีก ทำได้ แต่เสียเวลามาก ขอ charge เพิ่มละกัน $$$
  • มีบางคู่ที่เค๊ารักกันมาก อยากจะแต่งงานกันวันนั้น วันนี้ ก็แต่งไม่ได้สมใจ จะ book โรงแรม หรือ function centre จัดงานอะไรก็ทำไม่ได้ มันวางแผนอะไรไม่ได้เลย แต่ถ้าบางคู่ที่ชิวๆ ไม่ได้เรื่องมากอะไร เดี๋ยวได้วีซ่ากันเมื่อไหร่ก็เดินจูงมือกันไปจดทะเบียน ไม่ได้จัดงานเลี้ยงอะไรใหญ่โต แบบนี้ก็ไม่มีปัญหา
  • เอกสารในการขอวีซ่าคู่หมั้น มีมากเท่ากับการขอวีซ่าแต่งงานหรือ Partner Visa เลย พอได้วีซ่าคู่หมั้นมาแล้ว มาแต่งงานแล้ว ก็ขอ Partner Visa กันต่อ อย่าคิดนะครับว่าเออ เรายื่นเอกสารไปแล้วตอนทำวีซ่าคู่หมั้น เราจะไม่ยื่นเอกสารอะไรกันอีกมากมายตอนทำ Partner Visa เปล่าเลยครับ ต้องยื่นใหม่หมดเลย พยานที่เซ็นฟอร์ม 888 อะไรก็ต้องทำกันใหม่ เพราะฟอร์ม 888 มีอายุการใช้งานแค่ 60 วัน และพวก police check อะไรนั้นก็เหมือนกัน อายุการใช้งานแค่ 12 เดือน ผลตรวจร่างกายก็มีอายุการใช้งานแค่ 12 เดือนเช่นเดียวกัน เสียเวลา แต่ถ้าใครชอบให้หมอจับโน่น จับนี่ ตรวจโน่น ตรวจนี่ก็ตามสบายนะครับ ตัวใครตัวมัน

Leave a Reply